<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.คุยปี64ไม่ต้องกู้ยันกระแสเงินสดมีเพียบ3.6หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.2563 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ ทอท. ได้ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;แล้วหากมีวัคซีนรักษาเกินช่วงกลางปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แล้วจะส่งผลให้ ทอท. ต้องไปดำเนินการกู้ระยะสั้น เพื่อเข้ามาช่วยบริหารจัดการนั้น โดยล่าสุด สถานะทางการเงินปัจจุบัน ทอท. มีกระแสเงินสดอยู่ที่&amp;nbsp;36,000&amp;nbsp;ล้านบาท ประกอบกับในช่วงไตรมาส&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ทอท.จะได้ดอกเบี้ยรับ ทำให้ประเมินแล้วว่า ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทอท.ไม่จำเป็นต้องกู้เงินแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;ขณะที่ ผลการดำเนินการของ ทอท. ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;นั้น พบว่า พ.ย.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันของ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สนามบินในความรับผิดชอบ ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ,&amp;nbsp;ดอนเมือง,&amp;nbsp;เชียงใหม่,เชียงราย,&amp;nbsp;ภูเก็ต และหาดใหญ่ มีจำนวน&amp;nbsp;127,380&amp;nbsp;คน/วัน โดยตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ถึงล่าสุดผู้โดยสารเฉลี่ย มีจำนวน&amp;nbsp;107,638&amp;nbsp;คน/วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นายนิตินัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับแผนการดำเนินการภายในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น ทอท.ได้เตรียมการจัดตั้งบริษัท เพื่อบริหารโครงการเกี่ยวกับสินค้าเน่าเสียง่าย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Perishable Premium Lane : PPL)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Certify Hub)เพื่อเป็นศูนย์กลางตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออกไปยังต่างประเทศ โดย ทอท.จะถือหุ้น&amp;nbsp;49%&amp;nbsp;และเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าวถือหุ้น&amp;nbsp;51%&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรของไทยให้คงคุณภาพและมีมาตรฐานตามหลักสากล&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;
นอกจากนี้ ยังมีโครงการแอร์พอร์ตซิตี้ โดยการเร่งแผนพัฒนาที่ดินแปลง&amp;nbsp;37&amp;nbsp;อยู่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ และที่ดินแปลง&amp;nbsp;723&amp;nbsp;ไร่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยจะคัดเลือกเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนา ตามแผนจะพัฒนาที่ดินบริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเชิงพาณิชย์ เพื่อนำไปสู่เมืองการบินอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนความคืบหน้าเรื่องการแก้ข้อตกลงในการใช้ที่ราชพัสดุคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธันวาคม นี้ ขณะที่กระบวกการแก้โซนสี่ผังเมืองอยู่ระหว่างลงในประกาศบัญญัติของจังหวัด คาดว่าในการประกาศจะใช้เวลา&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างหาผู้ประกอบการขณะที่โครงการ&amp;nbsp;Digital Platform&amp;nbsp;ทอท.อยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., นิตินัย  ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d007f8153393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เปิดโฉมอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 คืบหน้า95%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า ตามที่ AOT ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคาร SAT-1 ทสภ. ของโครงการพัฒนา ทสภ. ระยะ 2 ปัจจุบันมีภาพรวมแผนการดำเนินงานแล้วเสร็จประมาณ 95.23% งานก่อสร้างโครงสร้างอาคารแล้วเสร็จทั้งหมดแล้ว 100% แต่ยังคงเหลือการดำเนินการด้านงานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน งานภูมิทัศน์ และติดตั้งระบบประกอบอาคารฯ

สำหรับรถไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover : APM) มีความคืบหน้าประมาณ 71.43% ซึ่งขณะนี้ AOT ได้รับรถไฟฟ้าฯ มาแล้ว 2 ขบวน (จากทั้งหมด 6 ขบวน) โดยอยู่ระหว่างการทดสอบการใช้งานด้วยระบบไฟฟ้า (Static Test) ส่วนรถไฟฟ้าฯ อีก 4 ขบวนอยู่ระหว่างดำเนินการผลิต และจะทยอยส่งมอบในเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน 2563 เมื่อรับรถไฟฟ้าฯ ครบทั้งหมดแล้ว จะเริ่มทดสอบระบบร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 เดือน คาดว่าจะพร้อมบริการได้ประมาณเดือนเมษายน 2564

ทั้งนี้ในส่วนของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋ามีความคืบหน้าดำเนินการประมาณ 75.51% อยู่ระหว่างติดตั้งระบบ Individual Carrier System (ICS) และ Make-up Carousels รวมทั้งเชื่อมต่อระบบ High Level Control โดยเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ หลังจากนี้จะเป็นการทดสอบระบบโดยใช้เวลาประมาณ 12 เดือน

สำหรับงานก่อสร้างอาคารสำนักงานสายการบินและที่จอดรถด้านทิศตะวันออก ขณะนี้กำลังก่อสร้างโครงสร้างชั้นใต้ดินและพื้นชั้น 2, 3, 4 ของอาคารสำนักงาน และพื้นชั้น 6 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 และจะมีงานระบบประกอบอาคารของอาคารจอดรถ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนเมษายน 2564

นายนิตินัย กล่าวในตอนท้ายว่า เมื่อการดำเนินการด้านต่างๆ ของอาคาร SAT-1 แล้วเสร็จ หลังจากนั้นจะทดสอบการเตรียมความพร้อมการเปิดให้บริการ (Operation Readiness and Airport Transfer : ORAT) โดยคาดว่าจะทำการทดสอบระบบการปฏิบัติงานต่างๆ ร่วมกันแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2565

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมโครงการพัฒนา ทสภ. ระยะ 2 มีความล่าช้า มีสาเหตุมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้จำนวนแรงงานลดลง ไม่สามารถนำเข้าวัสดุ/อุปกรณ์ที่ผลิตจากต่างประเทศเข้ามาใช้ในโครงการได้ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศไม่สามารถเดินทางมาให้คำปรึกษาดำเนินการติดตั้ง และร่วมทดสอบการทำงานร่วมกันของระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78865</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิตินัย  ศิริสมรรถการ, บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f719674d70c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท. พร้อมรับไทยแอร์เอเชียขยายฐานการบินไปที่สุวรรณภูมิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 2563 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สายการบินไทยแอร์เอเชียได้ขออนุญาตขยายฐานปฏิบัติการให้บริการไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) นอกเหนือจากท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) โดยในระยะแรกให้บริการในเส้นทางการบินภายในประเทศ 24 เที่ยวบินต่อวัน มุ่งเน้นไปที่เมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กระบี่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น

อย่างไรก็ตามภายหลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 คลี่คลายลงจะเปิดให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางการบินระหว่างประเทศต่อไป เช่น จีน พม่า อินโดนีเซีย กัมพูชา เป็นต้น โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ภายในปี 2563 ขณะนี้แผนดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณารายได้ของ ทอท.เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท.ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เพื่อทราบต่อไป

&amp;ldquo;ในการขยายฐานปฏิบัติการของสายการบินไทยแอร์เอเชียไปที่ ทสภ.ดังกล่าว ทอท.มีความมุ่งมั่นในการให้บริการผู้โดยสาร โดยอยู่บนพื้นฐานของการให้บริการทุกสายการบินอย่างเท่าเทียมกันและมีความเสมอภาค สอดคล้องกับข้อกำหนด กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo;น่ยนิตินัย กล่าว

ทั้งนี้ การขยายฐานปฏิบัติการของผู้ประกอบการสายการบินจะช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการใช้ประโยชน์ของท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ทอท.ทั้ง 6 แห่ง อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาเส้นทางการบินระหว่างภายในประเทศและระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งอุตสาหกรรมการบินถือเป็นกลไกสำคัญนำไปสู่การกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศและเกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติให้ไปสู่ความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71633</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิตินัย  ศิริสมรรถการ, สนามบินสุวรรณภูมิ, สายการบินไทยแอร์เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10881669633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.จัดพื้นที่เพิ่มกรอกใบ ต.8และลงแอปใน6สนามบินลดความหนาแน่นในการลงทะเบียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23มี.ค.63-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 กระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการเฝ้าระวังการระบาดของโรคดังกล่าว โดยให้ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจากท้องที่นอกราชอาณาจักรต้องดาวน์โหลดและลงทะเบียน &amp;ldquo;AOT Airports&amp;rdquo; Application และต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม ต.8 ซึ่งผู้โดยสารต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ

อย่างไรก็ตามทำให้เกิดความหนาแน่นบริเวณจุดลงทะเบียนดังกล่าว ดังนั้น ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท.ได้จัดพื้นที่เพิ่มเติม พร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อคอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ซึ่งถือเป็นการร่วมสนับสนุนการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารสามารถดาวน์โหลด &amp;ldquo;AOT Airports&amp;rdquo; Application ล่วงหน้าได้ โดยดาวน์โหลดผ่าน App Store หรือ Google Play ในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารภายในท่าอากาศยานก็ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดโต๊ะให้มีพื้นที่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรตามมาตรการ Social Distancing เพื่อร่วมกันป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อดังกล่าวด้วย

นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาท่าอากาศยานของ ทอท.ได้มีมาตรการและดำเนินการคัดกรองอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย (Entry Screening) ด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายระบบอินฟราเรด (Thermoscan) มาโดยตลอด และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ทอท.ยังได้เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองอุณหภูมิร่างกายของผู้ที่จะผ่านเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสารทุกคน (Terminal Screening)
ทั้งผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ ผู้ที่มารับ-ส่ง ผู้ประกอบการ และผู้ที่ปฏิบัติงานในท่าอากาศยาน

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ท่าอากาศยานของ ทอท.ต้องปิดประตูทางเข้า - ออกอาคารผู้โดยสารบางส่วน และได้มีการกำหนดจุดคัดกรอง ณ ประตูเข้า &amp;ndash; ออกที่เปิดใช้งาน และก่อนผู้โดยสารจะผ่านเข้าไปยังเขตการบิน (Airside) เพื่อผ่านขั้นตอนตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระติดตัวก่อนขึ้นเครื่อง จะต้องผ่านจุดคัดกรองผู้โดยสารขาออก (Exit Screening) เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิสูงหรือเข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อไวรัส COVID-19 เจ้าหน้าที่
คัดกรองจะประสานกับคลินิกของฝ่ายการแพทย์ ทอท.เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตามระเบียบกฎหมายต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่กำชับให้มีการตรวจคัดกรองระบบขนส่งภายในประเทศทุกระบบอย่างเข้มข้นอีกด้วย

นอกจากนั้น ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท.ได้มีการเพิ่มรอบความถี่ในการทำความสะอาดทุกพื้นที่ ทุกจุดต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน ทั้งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้าและขาออกแบบ Deep Cleaning อย่างต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการใช้น้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ สูตรของสถาบันบำราศนราดูร เช็ดทำความสะอาดบริเวณพื้นที่จุดสัมผัสต่างๆ เช่น ห้องน้ำ ลิฟต์ บันไดเลื่อน รถเข็นกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร เคาน์เตอร์ให้บริการสายการบิน เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทาง ตู้กดเงินสด (ATM) สายพานตรวจค้น เป็นต้น รวมถึงทำการตรวจจุดบริการแอลกอฮอล์ให้ผู้โดยสารพร้อมใช้งานตลอดเวลา ตลอดจนกำชับให้พนักงานและลูกจ้าง ทอท.ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สวมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือขณะปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ในส่วนของพนักงาน ลูกจ้าง ทอท.ที่ปฏิบัติงานปกติ (Daywork) ทอท.ได้ใช้มาตรการปฏิบัติงานจากบ้าน (Work from home) เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม &amp;ndash; 24 เมษายน 2563 โดยกำหนดกลุ่มพนักงานและลูกจ้างสลับกันมาปฏิบัติงานในที่ทำงาน เพื่อเพิ่มระยะห่างทางสังคม ลดความแออัดในสถานที่ปฏิบัติงาน สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานจากบ้านต้องทำงานจากสถานที่ที่อยู่อาศัยตามปกติเท่านั้น และมิให้ออกไปนอกสถานที่ภายนอกโดยไม่จำเป็นในระหว่างวันและเวลาทำงาน ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานของ ทอท.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน

นายนิตินัย กล่าวว่ามาตรการตรวจคัดกรองผู้โดยสาร รวมทั้งขั้นตอนการลงทะเบียนและกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มผ่าน Application ต่างๆ อาจทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกสบาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60697</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot; Helena Citronova &quot; รักต้องห้าม&quot;นักโทษหญิงชาวยิว กับทหารนาซี&quot;, social distancing, ทอท., นิตินัย  ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd8e981692c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เล็งเสนอบอร์ดขยายดอนเมืองเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 2563 นายนิตินัย&amp;nbsp;ศิริสมรรถการ&amp;nbsp;กรรมการผู้อำนวยการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ท่าอากาศยานไทย&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในการประชุมบอร์ด&amp;nbsp;ทอท.วันนี้(18มี.ค.)จะมีการพิจารณาเห็นชอบให้&amp;nbsp;ทอท.ดำเนินการขยายขีดความสามารถสนามบินดอนเมืองระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการปี&amp;nbsp;65-69&amp;nbsp;วงเงินงบประมาณ&amp;nbsp;32,292&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งตามขั้นตอนหลังจากที่บอร์ดทอท.&amp;nbsp;อนุมัติเห็นชอบแล้วขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;ทอท.&amp;nbsp;จะเสนอกลับมายังกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ก่อนเสนอต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังแห่งชาติ(สศช.)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ขออนุมัติคณะรัฐมนตรีต่อไป


นอกจากนั้น&amp;nbsp;ทอท.&amp;nbsp;ยังได้เสนอบอร์ด&amp;nbsp;ทอท.อนุมัติผลการคัดเลือกเอกชนเข้ามาดำเนินงานในการประกอบกิจการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร&amp;nbsp;(pick up counter)ที่สนามบินดอนเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีบริษัท&amp;nbsp;คิง&amp;nbsp;เพาเวอร์&amp;nbsp;ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด(KPDC)


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;การเปิดจำหน่ายเอกสารยื่นข้อเสนอโครงการพิคอัพเคาน์เตอร์&amp;nbsp;ทอท.ดำเนินการมาแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งโดยเปิดขายซองครั้งแรกระหว่างวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;พ.ย. - 13&amp;nbsp;ธ.ค. 62&amp;nbsp;ปรากฏว่ามีเอกชนซื้อซองข้อเสนอรายเดียว&amp;nbsp;จึงทำให้ต้องยกเลิกการประมูลออกไป&amp;nbsp;ก่อนจะเปิดใหม่เป็นครั้งที่สอง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;20 &amp;ndash; 31&amp;nbsp;ม.ค.63&amp;nbsp;ซึ่งพบว่ามีเอกชนเข้ามาซื้อซองเพียงรายเดียวเช่นเดิม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เอกชนที่ชนะการประมูล&amp;nbsp;จะได้รับสิทธิเป็นผู้ให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากรด้วยตนเอง&amp;nbsp;มีกำหนดนับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ค. 2565&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธ.ค. 75

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60135</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเมือง, นิตินัย  ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d346ea22fada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิตินัย&#039;โพสต์ภาพสนามบินสุวรรณภูมิร้างแทบไม่มีผู้คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 14 มี.ค.63 ที่ผ่านมา นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Nitinai Sirismatthakarn พร้อมภาพประกอบในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยระบุว่า &amp;ldquo;ไม่เคยนึกว่าจะเห็นภาพแบบนี้ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาพจะเห็นบรรยากาศของสนามบินสุวรรณภูมิในปัจจุบันที่เงียบเหงา ไม่มีผู้คน &amp;nbsp;ตรงข้ามกับบรรยากาศปกติของสนามบินที่มีจำนวนผู้โดยสารแออัด โดยสาเหตุมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในโพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59779</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิตินัย  ศิริสมรรถการ, สนามบินสุวรรณภูมิ, ไม่มีผู้โดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6d8595af698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ผุดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวสู้ไวรัสโคโรนา ลดค่า Landing Fee 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.63-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ. ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ที่มีนายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ ทอท.เป็นประธานในการประชุม มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการบริหารจัดการตารางบินในท่าอากาศยาน ทอท.ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ,ดอนเมือง,ภูเก็ต,เชียงใหม่ ,หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เนื่องมาจากสาเหตุหลักที่สายการบินไม่สามารถขอเพิ่มเที่ยวบินได้ เป็นผลมาจากความหนาแน่นของเที่ยวบิน โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการขอยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากปัญหาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วก็ตาม สายการบินก็ยังคงไม่สามารถเพิ่มเที่ยวบินได้ตามอุปสงค์ (demand) ที่มีอยู่ เนื่องจากสายการบินเจ้าของเวลาทำการบิน (Slot) มักใช้กลยุทธ์ทำการตลาดจนถึงนาทีสุดท้าย ทำให้บางครั้งเกิดการยกเลิกเที่ยวบินล่าช้าจนทำให้สายการบินอื่นที่สนใจเข้ามาทดแทน ไม่สามารถขอใบอนุญาต และทำการตลาดได้ทันท่วงที จึงเห็นควรให้มีโครงการส่งเสริมการบริหารจัดการตารางการบินเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

สำหรับเที่ยวบินขาออก ณ ท่าอากาศยาน 6 แห่งของ ทอท. โดยมีระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 - 26 มีนาคม 2565 โดยมอบโบนัสแก่สายการบินที่ขอยกเลิกตารางการบินล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่ทำการบินของเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตตามตารางการบิน เพื่อกระตุ้นให้สายการบินส่งคืนตารางการบินที่ไม่ใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสมเพียงพอ

&amp;ldquo;โดยให้สายการบินอื่นที่มีความประสงค์จะเข้ามาทำการบิน สามารถดำเนินกระบวนการขออนุญาตบริหารจัดการเพื่อเข้ามาทำการบินได้ทันเวลา โดยสนับสนุนเงินโบนัส 200 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คนของเที่ยวบินที่ทำการบินขาออกทดแทน พร้อมให้ส่วนลดค่าบริการขึ้นลงอากาศยาน (Landing Fee) ในอัตรา 50%ของอัตราปกติ ให้กับเที่ยวบินพิเศษ (Extra Flight) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ที่เข้ามาทดแทน&amp;rdquo;นายนิตินัย กล่าว

อย่างไรก็ตามต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ผู้ยกเลิกจะได้รับสิทธิพิเศษก็ต่อเมื่อมีสายการบินใหม่เข้ามาทดแทนเที่ยวบินเดิมที่ผู้ประกอบการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินไปแล้ว ซึ่งมาตรการนี้จะหมดในวันสุดท้ายของตารางบินฤดูหนาวปี 2565 หรือในช่วงเดือนเมษายน 2565

ทั้งนี้ ทอท.เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นตลาดการบินในครั้งนี้ จะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยว และช่วยเหลือธุรกิจการบินในช่วงที่มีโรคระบาด อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเที่ยวบินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้โดยสาร และยังสร้างโอกาสให้กับสายการบินที่สนใจเข้ามาทำการบินได้ทันเวลา นับว่าเป็นการบริหารทรัพยากรท่าอากาศยานให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56228</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., นิตินัย  ศิริสมรรถการ, เชื้อไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10881669633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
